เข้าสู่ระบบ Username : Password :  
เมนูหลัก
หน้าหลัก
สมัครสมาชิกผู้ส่งบทความ
เกี่ยวกับงานประชุม
Call for paper
รูปแบบการเขียนบทความ
เอกสาร Downloads
คณะกรรมการ
ติดต่อสอบถาม
คู่มือผู้ส่งบทความ

โครงการประชุมวิชาการและนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรีระดับชาติ ครั้งที่  1

“ดนตรี ผู้คน ชุมชน สิ่งแวดล้อม”

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม 2563

ณ วิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

 

หลักเกณฑ์การเตรียมต้นฉบับบทความและบทอรรถาธิบาย

 

1. ประเภทของบทความ

  1. บทความวิชาการ
  2. บทความวิจัย
  3. ผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรีประกอบบทอรรถาธิบาย

 

2. สาขาวิชา/ประเด็นหัวข้อของบทความ

  1. มานุษยดนตรีวิทยา       
  2. ดนตรีวิทยา      
  3. ดนตรีศึกษา      
  4. ประวัติศาสตร์ดนตรี
  5. ทฤษฎีดนตรี     
  6. การวิเคราะห์ดนตรี       
  7. ดนตรีชาติพันธุ์วิทยา      
  8. ธุรกิจดนตรี
  9. การสอนดนตรี   
  10. การแสดงดนตรี  
  11. การประพันธ์เพลง        
  12. การผลิตดนตรี
  13. การอำนวยเพลง 
  14. เทคโนโลยีดนตรี 
  15. ดนตรีสมัยนิยม  
  16. อุตสาหกรรมดนตรี
  17. การศึกษาศาสตร์อื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านวัฒนธรรมดนตรี ในมิติทางสังคม วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ

 

3. รายละเอียดการเตรียมต้นฉบับบทความและบทอรรถาธิบาย

          บทความและบทอรรถาธิบายต้องเป็นผลงานที่ไม่เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อนและไม่ได้อยู่ในระหว่างการพิจารณาลงวารสารหรือสื่อสิ่งพิมพ์อื่นใด บทความที่นำส่งต้องส่งในระบบตามรูปแบบและระยะเวลาที่กำหนด โดยบทความทุกบทความต้องได้รับการกลั่นกรองจากกองบรรณาธิการและผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ความรู้และเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้น ทั้งภายในและภายนอก จำนวน 2 คน ซึ่งผู้ประเมินจะไม่ทราบว่าใครเป็นผู้พิจารณา ทั้งนี้กองบรรณาธิการขอให้ผู้เขียนปรับปรุงแก้ไขบทความก่อนตีพิมพ์

ต้นฉบับบทความและบทอรรถาธิบายให้จัดพิมพ์ด้วยโปรแกรม Microsoft Word โดยจัดหน้ากระดาษขนาดมาตรฐาน A4มีความยาวของบทความรวมตัวอย่าง ภาพประกอบ โน้ตเพลง บรรณานุกรม และอื่นๆ
ไม่เกิน 10 หน้ากระดาษ A4  โดยตั้งค่าหน้ากระดาษเว้นระยะ ด้านบน 3.5 ซ.ม. ด้านล่าง 2.5 ซ.ม. ด้านซ้าย 3.5 ซ.ม. และด้านขวา 2.5 ซ.ม. หากมีการนำเสนอเป็นตาราง รูปภาพ และแผนภูมิ (Table, Picture, Figure, Diagram and Graph) ควรคัดเลือกเฉพาะที่จำเป็น โดยเรียงลำดับให้สอดคล้องกับคำอธิบายในเนื้อเรื่อง และต้องมีคำอธิบายสั้นๆ แต่สื่อความหมาย ได้สาระครบถ้วน ในกรณีที่เป็นตาราง คำอธิบาย ต้องอยู่ด้านบน
ในกรณีที่เป็นรูปภาพ หรือแผนภูมิ คำอธิบายอยู่ด้านล่าง ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.โดยใช้แบบอักษร TH SarabunPSK ตลอดทั้งบทความ โดยมีส่วนประกอบดังนี้

กรณีบทความวิชาการ

          1. ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของการศึกษา ไม่ใช้คำย่อ ความยาว
ไม่ควรเกิน 100ตัวอักษร ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน

          2. ชื่อผู้นิพนธ์ จัดต่อจากชื่อเรื่องชิดขวา ระบุข้อมูล ชื่อ – นามสกุลจริง ของผู้เขียน หากมีผู้เขียนร่วมจะต้องระบุให้ครบถ้วนถัดจากชื่อผู้เขียนหลักทุกรายการด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

         3. ที่อยู่และสังกัดของผู้เขียน (Affiliation) ใช้อักษรขนาด 12 pt. ในรูปของเชิงอรรถใต้บทคัดย่อ โดยระบุการศึกษาขั้นสูงสุดหรือตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) สังกัดของผู้เขียน และ E-Mail

          4. บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย โดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาอย่างต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 250คำ ไม่ควรมีคำย่อ ให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบอักษร THSarabun PSK ขนาด 16 pt. ทั้งนี้ บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องของภาษาอย่างถ้วนถี่

          5. คำสำคัญหรือคำหลัก (Keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แต่ละชุดไม่เกิน 3 คำ
ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.

          6. บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกความเป็นมาและเหตุผลนำไปสู่การศึกษา
ให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างคร่าวๆ และมีวัตถุประสงค์ ขอบเขตของบทความ กรอบแนวคิด คำจำกัดความหรือนิยามต่างๆ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

         7. เนื้อเรื่อง (Body) แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของเหตุที่นำไปสู่ผล การจัดลำดับความ
การบรรยาย วิธีการอ้างอิง สถิติ และข้อมูลต่างๆ เพื่อทำให้เกิดความเข้าใจ โดยคำนึงถึงการจัดลำดับของเนื้อหา การเรียบเรียงเนื้อหา การวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อย่อยต่างๆ ตามที่ผู้เขียนต้องการ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.

         8. ส่วนสรุป ควรมีการสรุปประเด็นสำคัญของบทความ หรือการกล่าวถึงผลลัพธ์ ความสำคัญ และ
การนำไปใช้ประโยชน์ หรืออาจจะนำไปสู่การตั้งคำถามหรือประเด็นทิ้งท้ายสู่การแสวงหาความรู้ต่อไป
ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.

          9. เอกสารอ้างอิง (References) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิง ทั้งเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ ไม่ควรเป็นบทคัดย่อ และไม่ใช่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ถ้ายังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ ต้องระบุว่า รอการตีพิมพ์ (in press) ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt. โดยมีรูปแบบการอ้างอิงตามที่กำหนดท้ายเอกสารฉบับนี้

กรณีบทความวิจัย

          1. ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของการศึกษาวิจัย ไม่ใช้คำย่อ ความยาว
ไม่ควรเกิน 100ตัวอักษร ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน

          2. ชื่อผู้นิพนธ์ จัดต่อจากชื่อเรื่องชิดขวา ระบุข้อมูลชื่อ – นามสกุลจริงของผู้เขียน หากมีผู้เขียนร่วมจะต้องระบุให้ครบถ้วนถัดจากชื่อผู้เขียนหลักทุกรายการด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.

         3. ที่อยู่และสังกัดของผู้เขียน (Affiliation) ใช้อักษรขนาด 12 pt. ในรูปของเชิงอรรถใต้บทคัดย่อ โดยระบุการศึกษาขั้นสูงสุดหรือตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) สังกัดของผู้เขียน และ E-Mail

          4. บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย โดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหา เช่น วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ผลการวิจัยอย่างต่อเนื่องกัน
ไม่ควรเกิน 250คำ ไม่ควรมีคำย่อ ให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบอักษร THSarabun PSK ขนาด 16 pt. ทั้งนี้ บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องของภาษาอย่างถ้วนถี่

          5. คำสำคัญหรือคำหลัก (Keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แต่ละชุดไม่เกิน 3 คำ
ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.

         6. เนื้อหา (Content) ใช้รูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.การจัดแนวพิมพ์ตาม
ความเหมาะสมกับภาษาที่ใช้ และควรมีเนื้อหาที่ครอบคลุมในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่

                             6.1 บทนำ (Introduction) เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอกความเป็นมาและเหตุผลนำไปสู่
การศึกษาวิจัย ให้ข้อมูลทางวิชาการพร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างคร่าวๆ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.

                             6.2 วัตถุประสงค์การวิจัย รูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.

                             6.3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย รูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.

                             6.4 วิธีดำเนินการวิจัย ให้ระบุรายละเอียด วิธีดำเนินการวิจัย ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ตลอดจนเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการศึกษา อธิบายวิธีการศึกษา หรือแผนการทดลองทางสถิติ
การสุ่มตัวอย่าง วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและวิธีการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK  ขนาด 16 pt.

                             6.5 ผลการศึกษา (Results) แจ้งผลที่พบตามลำดับหัวข้อของการศึกษาวิจัยอย่างชัดเจน
ได้ใจความ ถ้าผลไม่ซับซ้อนไม่มีตัวเลขมาก ควรใช้คำบรรยาย แต่ถ้ามีตัวเลขมาก ตัวแปรมาก ควรใช้ตาราง แผนภูมิแทน ไม่ควรมีเกิน 5ตารางหรือแผนภูมิ ควรแปรความหมายและวิเคราะห์ผลที่ค้นพบ และสรุปเปรียบเทียบกับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

                             6.6 อภิปรายผลและสรุป (Discussion and Conclusion) ชี้แจงว่าผลการศึกษาตรงกับวัตถุประสงค์ของการวิจัย หรือแตกต่างไปจากผลงานที่มีผู้รายงานไว้ก่อนหรือไม่ อย่างไร เหตุผลใดจึงเป็นเช่นนั้น และมีพื้นฐานอ้างอิงที่เชื่อถือได้ และให้จบด้วยข้อเสนอแนะที่จะนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ หรือ
ทิ้งประเด็นคำถามการวิจัย ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับการวิจัยต่อไป ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

                                      6.7 กิตติกรรมประกาศ ระบุสั้นๆ ว่าได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย และความช่วยเหลือจากองค์กรใดหรือใครบ้าง ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

          7. เอกสารอ้างอิง (References) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิง ทั้งเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ ไม่ควรเป็นบทคัดย่อ และไม่ใช่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ถ้ายังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ ต้องระบุว่า รอการตีพิมพ์ (in press) ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt. โดยมีรูปแบบการอ้างอิงตามที่กำหนดท้ายเอกสารฉบับนี้

 

          กรณีบทความอรรถาธิบายงานสร้างสรรค์

         1. ชื่อเรื่อง (Title) ควรสั้น กะทัดรัด และสื่อเป้าหมายหลักของการศึกษา ไม่ใช้คำย่อ ความยาว
ไม่ควรเกิน 100ตัวอักษร ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 18 pt. ตัวหนา จัดกึ่งกลางหน้ากระดาษ ชื่อเรื่องต้องมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยให้นำชื่อเรื่องภาษาไทยขึ้นก่อน

          2. ชื่อผู้นิพนธ์ จัดต่อจากชื่อเรื่องชิดขวา ระบุข้อมูล ชื่อ – นามสกุลจริงของผู้เขียน หากมีผู้เขียนร่วมจะต้องระบุให้ครบถ้วนถัดจากชื่อผู้เขียนหลักทุกรายการด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

         3. ที่อยู่และสังกัดของผู้เขียน (Affiliation) ใช้อักษรขนาด 12 pt. ในรูปของเชิงอรรถใต้บทคัดย่อ โดยระบุการศึกษาขั้นสูงสุดหรือตำแหน่งทางวิชาการ (ถ้ามี) สังกัดของผู้เขียน และ E-Mail

          4. บทคัดย่อ (Abstract) ให้มีทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เป็นเนื้อความย่อที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย โดยเรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาอย่างต่อเนื่องกัน ไม่ควรเกิน 250คำ ไม่ควรมีคำย่อ ให้บทคัดย่อภาษาไทยขึ้นก่อนภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบอักษร THSarabun PSK ขนาด 16 pt. ทั้งนี้ บทคัดย่อภาษาอังกฤษ ผู้นิพนธ์ต้องตรวจสอบความถูกต้องของภาษาอย่างถ้วนถี่

          4. คำสำคัญหรือคำหลัก (Keywords) ให้ระบุทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ แต่ละชุดไม่เกิน 3 คำ
ใส่ไว้ท้ายบทคัดย่อของแต่ละภาษา ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.

         5. เนื้อหา (Content) ใช้รูปแบบอักษร TH SarabunPSKขนาด 16 pt.การจัดแนวพิมพ์ตาม
ความเหมาะสมกับภาษาที่ใช้ และควรมีเนื้อหาที่ครอบคลุมในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่

5.1ที่มา/ความสำคัญ/แรงบันดาลใจการสร้างสรรค์ เป็นส่วนของเนื้อหาที่บอก
ความเป็นมาและเหตุผลนำไปสู่การสร้างสรรค์ผลงาน พร้อมทั้งจุดมุ่งหมายที่เกี่ยวข้องอย่างคร่าวๆ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

5.2 แนวความคิด เป็นส่วนเนื้อหาที่แสดงให้เห็นถึงแนวคิดหรือทฤษฎีหรือ
แรงบันดาลใจที่นำมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างไร ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

5.3กระบวนการผลิตผลงานสร้างสรรค์ เป็นส่วนเนื้อหาที่แสดงขั้นตอนที่
ผู้สร้างสรรค์ผลงานใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานกระทั่งสำเร็จ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

5.4 อรรถาธิบาย/ผลงานสร้างสรรค์ นำเนื้อหาของผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

5.5 บทสรุป ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรค เป็นส่วนของเนื้อหาที่สรุปกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ปัญหาอุปสรรคและแนวทางในการแก้ไขปัญหา ตลอดจนข้อเสนอแนะ
ในการสร้างสรรค์งาน ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.

6. เอกสารอ้างอิง (References) สำหรับการพิมพ์เอกสารอ้างอิง ทั้งเอกสารอ้างอิงที่เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษโดยมีหลักการทั่วไป คือ เอกสารอ้างอิงต้องเป็นที่ถูกตีพิมพ์และได้รับการยอมรับทางวิชาการ ไม่ควรเป็นบทคัดย่อ และไม่ใช่การติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล ถ้ายังไม่ได้ถูกตีพิมพ์ ต้องระบุว่า รอการตีพิมพ์ (in press) ด้วยรูปแบบอักษร TH SarabunPSK ขนาด 16 pt.โดยมีรูปแบบการอ้างอิงตามที่กำหนดท้ายเอกสารฉบับนี้

7. ภาคผนวก เป็นส่วนของการนำเสนอเนื้อหาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ผลงาน เช่น โน้ตเพลง รูปภาพ เป็นต้น

 

4. ขั้นตอนการส่งบทความ

1.ผู้ส่งบทความจะต้องลงทะเบียนในระบบออนไลน์ โดยมีกำหนดการ ดังนี้

รอบที่ 1 ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563

รอบที่ 2 ภายในวันที่ 30เมษายน 2563

2. การส่งบทความให้ใช้รูปแบบบทความของการประชุมตามที่กำหนด

3.ผู้ส่งบทความจะต้องชำระค่าลงทะเบียนตามจำนวนบทความโดยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายเชาวน์มนัส  ประภักดี และ/หรือ นางสาวณัฐศรัณย์  ทฤษฎิคุณ และ/หรือ นางสาวสุพัตรา  วิไลลักษณ์ เลขที่บัญชี 427-038459-7 สาขามหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 

 

5. การนำเสนอบทความด้วยการบรรยาย (Oral Presentation) และการแสดงผลงานสร้างสรรค์ 

1.นำเสนอด้วย PowerPoint version 2003-2010แบบตัวอักษรมาตรฐาน

2.ระยะเวลาในการนำเสนอบทความและงานสร้างสรรค์ ผลงานละ 20นาที จำแนกเป็นการนำเสนอบทความและงานสร้างสรรค์ 15นาที และซักถาม-ตอบคำถาม 5นาที

3.การให้คำแนะนำการนำเสนอบทความและงานสร้างสรรค์ จะมีผู้ทรงคุณวุฒิประจำห้อง จำนวน
2คน และงานสร้างสรรค์ จำนวน 3 คน เพื่อให้คำแนะนำผลงาน 

4.ผู้นำเสนอบทความจะต้องส่ง PowerPoint ให้กับคณะทำงานภายในวันพุธที่ 1กรกฎาคม 2563ผ่านอีเมล์ musicconference.bsru@gmail.com

 

6. รูปแบบการอ้างอิง ดาวน์โหลดที่นี่

โครงการพัฒนาระบบฐานข้อมูลบทความวิจัย และบทความวิชาการ
© 2016 Computer Science Program, Faculty of Science and Technology, Bansomdejchaopraya Rajabhat University. All Right Reserved.
Developed by Warut Ploysuayngam.